เคยไหม… ที่บางคำพูดของใครบางคนยังดังก้องอยู่ในใจ แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม

27.01.2025
ลมเย็นยามบ่ายพัดผ่านแผ่วเบา เงาแดดทอดทับลงบนแผ่นหินสีเทาอ่อนที่มีชื่อสลักชัดเจน
'เพลงพิณ มหายศนันท์'
กีรติยืนเงียบ ยืนอยู่ตรงนั้น มือกำกุหลาบสีแดงช่อเล็กแน่น กลีบสีสดคือดอกไม้ที่เธอเคยชอบที่สุด ดอกไม้ที่เธอมักหัวเราะบอกว่า 'โรแมนติกง่ายๆ แบบนี้ก็ดีแล้ว' ทุกครั้งที่เขาเอามาให้
สิบกว่าปีผ่านไป ความรู้สึกผิดยังฝังลึกไม่ต่างจากวันแรกที่เขามายืนอยู่ตรงนี้ ทุกอย่างในวันนั้นยังชัดเจน เสียงหัวเราะใสๆ ของเธอ เสียงเพลงเบาๆ จากลำโพงรถ และ… เสียงเบรกที่เฉือนโลกของเขาออกเป็นสองส่วน
ก่อนเกิดเหตุเพียงไม่กี่ชั่วโมง เธอเคยพูดกับเขาด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยแววตาทอประกาย
"พรุ่งนี้เราเริ่มต้นกันใหม่นะ"
คำพูดนั้นยังดังก้องอยู่ในใจเสมอ ราวกับคำสัญญาที่ไม่มีวันถูกเติมเต็ม… เพลงเตรียมจะบอกเซอร์ไพรซ์ที่เก็บงำไว้ ส่วนเขาเองตั้งใจจะสารภาพความผิดที่แบกมาหนักอึ้งแต่ก็ไม่เคยได้เอื้อนเอ่ย
กีรติยังจำได้ดี เพลิงนิลเล่าให้ฟังด้วยรอยยิ้มว่าพี่สาวเตรียมตัวมาเป็นเดือน เลือกกล่องเล็กๆ ที่เธอซ่อนเอาไว้ในถุงกระดาษข้างที่นั่งรถ เธอพูดกับน้องชายด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความหวัง ดวงตาเปล่งประกายยามพูดถึงอนาคตที่อยากสร้างร่วมกัน
“แจ้ว่าจะขอแตมแต่งงาน”
และจากนั้นทุกอย่างพลิกผันในเสี้ยววินาที
เสียงเบรกกรีดลากบนถนนดังสนั่น รถสะเทือนจนร่างกระแทกพวงมาลัย
เสียงเหล็กเสียดสีกับยางมะตอยครูดหูอย่างโหดร้าย
เสียงกรีดร้องของคนรอบข้างดังระงมปะปนกับเสียงกระจกแตกกระจาย
ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือรอยยิ้มของเธอที่ยังไม่ทันเลือนก่อนทุกอย่างดับวูบลงในความมืด
ภาพถัดไปที่แตมจำได้คือการลืมตาขึ้นท่ามกลางกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ สายตาพร่ามัวเห็นเพดานสีขาวของโรงพยาบาล เสียงเครื่องวัดชีพจรดังติ๊ดสม่ำเสมอ แขนเต็มไปด้วยเข็มและสายระโยงระยาง
เขาพยายามหันหน้า แต่ความเจ็บปวดแล่นขึ้นแผ่นหลังจนแทบขาดใจ พยาบาลกรูเข้ามาล้อมและเขาได้ยินเสียงหมอพูดสั้นๆ
“คนขับฟื้นแล้ว… แต่อีกคนไม่รอด”
หัวใจเขาหล่นวูบ คำว่า 'ไม่รอด' ก้องอยู่ในหูเหมือนโดนค้อนกระแทกซ้ำๆ
ภาพต่อมาคือครอบครัวของเธอที่ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา เพลิงนิลยืนอยู่มุมห้อง ดวงตาที่มองมาทำให้เขาแทบหายใจไม่ออก ทุกสิ่งที่เธอเคยพูดไว้กลายเป็นเพียงเงาเสียงในอดีตที่ไม่มีวันกลับมา
หลังออกจากโรงพยาบาล กีรติไม่อาจกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้ ทุกสิ่งรอบตัวมีร่องรอยของเธออยู่เสมอ
แก้วกาแฟที่เธอชอบ
หนังสือที่เธออ่านค้างไว้
เพลงที่เคยเปิดในลิสต์
ทุกอย่างกลายเป็นเศษซากความทรงจำที่ตอกย้ำว่าเธอไม่อยู่แล้ว
เขาพังลงทั้งตัวและใจ สองปีเต็มที่ชีวิตเหลวแหลก เช้าเมาจนหมดสติ ค่ำกลับมากรอกเหล้าใส่ปาก ขวดเปล่าวางกองเกลื่อนห้องราวกับเครื่องหมายของความล้มเหลว กีรติทอดทิ้งงานการและไม่มีสมาธิพอจะรับผิดชอบสิ่งใดได้ครบถ้วน เพื่อนฝูงค่อยๆ ห่างออกไปทีละคน
และยิ่งกว่านั้น เขาไม่เคยปฏิเสธคนที่เข้ามาหา ไม่ว่าจะด้วยความสงสารหรือความหวังดี เขาปล่อยให้ตัวเองไหลไปกับใครก็ตาม หวังเพียงว่าสักครั้งมันจะทำให้ลืมเสียงหัวเราะ ลืมคำพูดนั้น ลืมกล่องเล็กในถุงกระดาษแต่ไม่เคยสำเร็จ ทุกครั้งที่ตื่นขึ้น ความว่างเปล่าก็ยิ่งตอกย้ำลึกกว่าเดิม
วันคืนผ่านไปอย่างไร้จุดหมาย เหล้า บุหรี่ และความเงียบงันในห้องที่ไร้เธอคือเพื่อนเพียงไม่กี่อย่างที่เหลืออยู่ บางครั้งเขาคิดว่าตัวเองไม่ควรมีลมหายใจต่อ แต่กลับยังตื่นขึ้นทุกเช้าเพื่อเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าเดิมๆ
กีรติลืมตากลับมาในปัจจุบัน เงียบงันท่ามกลางสุสาน เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า เมฆขาวลอยเอื่อยอย่างไม่รู้เรื่องราวใดๆ เวลายังคงเดินไปข้างหน้าไม่หยุด ต่างจากเขาที่ติดอยู่กับวินาทีนั้นมาตลอดสิบกว่าปี แม้จะเรียนรู้ที่จะยืนขึ้นมาใหม่ แต่บาดแผลก็ยังไม่เคยเลือน
เขาทรุดนั่งลงอย่างเงียบๆ วางกุหลาบลงตรงหน้าหลุมศพ หัวใจหนักอึ้งเหมือนมีก้อนหินถ่วงไว้ ความเศร้าไม่ได้แสดงออกมาเป็นน้ำตาอีกแล้ว แต่ฝังลึกอยู่ในอกจนรู้สึกเจ็บชา เขามองชื่อเธอบนแผ่นหิน พลางคิดวนซ้ำๆ ถึงคำถามที่ไม่เคยมีคำตอบ
ถ้าตอนนั้นบอกออกไป เธอจะให้อภัยไหม?
จะโกรธจนเดินจากไป?
หรืออาจไม่ขึ้นรถคันนั้นกับเขา… และยังมีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้?
เขาเอื้อมมือแตะลงบนตัวอักษรที่สลักบนหินเย็นเฉียบ เสียงหายใจแผ่วเบาเจือด้วยความหนักอึ้ง
“คิดถึงนะ... เพลง”
ร่างสูงหยัดยืนพลางจ้องมองกุหลาบสีแดงสดตัดกับหินอ่อน มันเหมือนคำตอบเดียวที่ยังคงอยู่ท่ามกลางอดีตที่ไม่เคยย้อนกลับ ความรู้สึกที่ไม่เคยเปลี่ยน
แม้ในวันที่เธอไม่อยู่แล้วก็ตาม

To be with you in paradise
What I wouldn't sacrifice
Why'd you have to chase the light
Somewhere I can't go?