![]()
ผลไม้ทุกอย่างในสวนนี้ เจ้ากินได้ตามใจชอบ
แต่ผลของต้นไม้แห่งการรู้ถึงความดีและความชั่วนั้น ห้ามเจ้ากิน
เพราะในวันใดที่เจ้ากิน
..
เจ้าจะต้องตายแน่
.
.
“...ว่าแล้วเชียว”
หญิงสาววัยกลางคนถอนหายใจออกมาอย่างระอา เรือนผมสีทองยาวปรกคอดูมีสไตล์ของหล่อนทำให้ดูไม่มีอายุเลยแม้แต่น้อย เธอวางแก้วลงหลังลูกชายกลับบ้านมานั่งคุกเข่าสารภาพเรื่องราวทั้งหมด
ยอมรับว่าในตอนแรกก็นึกอยากจะซัดใส่หน้าลูกชายตัวดีนี่เสียให้เข็ด แต่พอสังเกตเห็นใบหน้ากับขอบตาที่เเดงก่ำนั่นแล้ว...
เหมือนพ่อไม่มีผิด...
ได้แต่ลอบถอนหายใจอย่างปลงตก ตลอดมาเธอก็ได้แต่กังวลกลัวว่าลูกชายจะกลายเป็นเครื่องจักรที่ทำอะไรออกมาก็ดีไปหมดไม่มีแม้แต่ข้อผิดพลาด อีกทั้งยังไม่เคยจะปริปากเล่าเรื่อง หรือทำอะไรให้เธอรู้สึกกังวลเลยสักครั้ง
แต่ใครจะไปคิดว่าพอมีเรื่องขึ้นมา
เรื่องมันจะใหญ่โตขนาดนี้..
ลูกชายที่เข้มแข็งมาตลอดตอนนี้กลับร้องไห้เข้ามากอดเธอราวกับเด็กๆซึ่งมันดูไม่สมกับขนาดตัวเขาเอาเสีย
ความอ่อนแอที่เขาแสดงให้เธอเห็นครั้งแรกนี้ เล่นทำเอาเธอดุไม่ลง
"ผิดก็ยอมรับว่าผิด"
"แก้ไข"
"รับผิดชอบเขา" ตราบเท่าที่ยังมีชีวิตอยู่...
เธอพูดบอกออกไปไม่รู้หรอกว่าในอนาคตลูกจะเป็นยังไง แต่เรื่องในอดีตยังไงมันก็ย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว นอกเสียจากยอมรับแล้วใช้ชีวิตต่อไป เหมือนกับอดีตของตัวเธอเอง
เมื่อละสายตาลอบมองไปนอกหน้าต่างก็เห็นไฟหน้ารถลอบส่องเข้ามาจากหน้าบ้าน
'เด็กคนนั้นคงจะนั่งรออยู่ในรถสินะ'
...
"ผมพร้อมรับผิดชอบ"
"แต่งได้ครับ"
แรงปะทะของอัลฟ่าตรงหน้า
ทำเอาใบหน้าเขารู้สึกชาไปหมด
ตรงข้ามกับหัวใจที่สูบฉีดเลือดอยู่ในอก
มันยังคงบีบรัดจนความรู้สึกนั้นหวนกลับมาอีกครั้ง
ความรู้สึกเจ็บ
.
.
เฟซาลไม่เคยสนความต้องการของตัวเอง
ชอบทำตามความปราถนาของคนอื่น
แค่ไหลตามไปเรื่อยๆ
สำหรับเขามันไม่ใช่การเสแสร้ง แค่สบายใจกว่า
ถ้าเก็บเรื่องราวความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ลึกๆข้างใน
ฝ่ามือเล็กค่อยๆสัมผัสใบหน้าและทำแผลให้เขา
สัมผัสเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
สัมผัสและกลิ่นที่ทำให้คิดถึงตลอดเวลา
น้ำเสียงที่อบอุ่นและอ่อนโยน
คอยถามเขาว่าเป็นอะไร
ปราถนาอะไร
...
ไม่เข้าใจว่าทำไมคนตรงหน้าถึงต้องทำเป็นเข้มแข็ง
ทำไมไม่เอาแต่ใจ
ให้เขาได้เป็นฝ่ายให้เพียงฝ่ายเดียวไม่ได้หรอ..
ช่วยอย่าถามไถ่
อย่าสนใจ
อย่าทำให้ความรู้สึกที่กักเก็บไว้มันพลั่งพรูออกมา
อย่าทำให้เขากลายเป็นคนไร้เหตุผล
ด้วยเจ้าของสัมผัสนี้มันกำลังทำให้ความรู้สึกเขาค่อยๆเปลี่ยนไป
.
.
'แต่งได้ กับอยากแต่ง ความรู้สึกมันต่างกันโคตรๆ'
'ไม่อยากแต่ง ก็ไม่ต้องรับผิดชอบ'
เขาเก็บมาคิดวนอยู่ในหัวซ้ำๆ
เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว
ยิ่งทำคนโตแต่ตัวอย่างเขา ไม่เข้าใจ
ทำไมยังต้องสนความรู้สึกเขา
ถึงแม้ว่าคำตอบมันจะดังชัดเจนอยู่ในใจอยู่แล้ว
'อยากแต่ง'
แต่ถ้าพูดออกไป ถ้อยวาจาเรียบง่ายคงกลับกลายเป็นพันธะที่ผูกมัดคุณเอาไว้ให้ไม่มีทางเลือกและไม่ให้คุณได้หนีไปไหน สุดท้ายเลยได้แต่ใช้คำว่าอยากรับผิดชอบมาปกปิดความเห็นแก่ตัวนี้
ที่มันอยากเก็บครอบครองคุณไว้เพียงคนเดียว
เหมือนกับรอยที่คอนั่น ลึกๆข้างในแล้ว..
มีความรู้สึกดีที่กัดมันลงไป
ตั้งแต่เห็นว่าบนตัวอีกฝ่าย มักปรากฎร่องรอยของอัลฟ่าคนอื่นที่ฝากไว้
ถึงจะบอกว่าชอบเขาแล้วก็ตาม
.
.
ถ้าเพียงแค่คุณบอกมาตรงๆว่าอยากมีคนอื่น หรือไม่ก็บอกว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุ เขาคงจัดการตัวเองไม่ต้องคิดมากอยู่แบบนี้ คงคิดว่ามันก็แค่ความสัมพันธ์ทางกายผิวเผิน ไม่เหมือนกับเขาที่คุณให้ความรู้สึก
'ชอบคุณ'
'แต่อยากหยุด ไม่อยากชอบคุณแล้ว'
อยากให้เขา
ตอบสนองความต้องการอันไหนกันแน่
หรือการที่คุณชอบใครสักคนมันก็เป็นแค่อุบัติเหตุ
ไม่ได้ตั้งใจที่จะชอบ
เขาเองยังไม่ทันได้คำตอบ ก็กัดมันลงไปแล้ว
.
.
กัดลงไปเหมือนผลไม้ต้องห้ามนั่น


